Share
อ่านหัวข้อก่อนหน้าGo downอ่านหัวข้อถัดไป
avatar
Moderator
Moderator
จำนวนข้อความ : 77
Join date : 05/11/2010
Age : 22
ดูข้อมูลส่วนตัว

สิ่งที่ควรจะมีในอนาคต(คิดว่านะ)

on Tue Nov 23, 2010 11:40 pm
อันดับที่ 10
Interstellar Travel


มนุษย์ มีความกระหายและกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้จากดิ นแดนใหม่ๆ มาเป็นเวลานาน ภายหลังจากที่มนุษย์คิดค้นจรวดได้ เป็นแรงปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่จะส่ง ยานอวกาศ ไปพร้อมกับจรวดเพื่อสำรวจดินแดนอันกว้างใหญ่ในอวกาศ จวบจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน แต่ ก็มีปัญหาก็คือเชื้อเพลิงที่ต้องใช้อย่างมหาศาลและระ ยะทางมหาศาลที่มีหน่วย วัดเป็นปีแสง มีวิธีไหนที่เราสามารถการเดินทางระหว่างดวงดาวได้ง่า ยๆ บ้างหนอ สังเกต ไหมครับว่าทำไมมนุษย์ต่างดาวถึงมายังโลกได้ ทั้งๆ ที่มีโลกมีระยะทางไกลหลายหมื่นปีแสดง ก็เพราะยานของพวกเขาต้องมีระบบอะไรสักอย่างในการย่นร ะยะทางการเดินทางแน่นอน หากเรารู้เทคโนโลยีนี้เราสามารถเดินทางไปดวงดาวไหนๆ ก็ได้ในจักรวาล โดยแนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์มานานแล้ว ปัจจุบันดูเหมือนว่า NASA จะพยายามทดลองโครงการการขับเคลื่อนเช่นนี้อยู่ และบางทีมันอาจเป็นไปได้ในอนาคต

อันดับที่ 9
Terraforming

มี ความหมายว่า การเปลี่ยนสภาพของดาวเคราะห์(Terraform) กระบวนการสมมุติที่ให้ดาวที่แห้งแล้ง มีบรรยากาศเบาบาง มีความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา การเปลี่ยนแปลงสภาพภายในดาว จนเกือบปราศจากสนามแม่เหล็ก(และรังสีต่างๆจากดวงอาทิ ตย์ ชการปรับเปลี่ยนบรรยากาศ, อุณหภูมิ, พื้นผิว และนิเวศวิทยาให้ดวงดาวนั้นมีลักษณะคล้ายโลก ที่เราสามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ เช่นดวงอังคารที่มีโครงการมายาวนานแล้วว่าสักวันเราจ ะสามารถอพยพไปอยู่ที่ นั้นได้เหมือนกับอยู่บนโลก โดยแนวคิดนี้เป็นขององค์การนาซา ที่เริ่มมีโครงการจะไปเริ่มสร้างเมืองในอวกาศ โดยเลือกพื้นที่ดาวอังคาร เพราะมีสภาพเหมือนกับโลก ขณะที่ดาวดวงอื่นเต็มไปด้วยอากาศพิษ ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ดาวพฤหัสฯ มีสภาพเป็นกรด ดาวอังคารแม้อากาศหนาวและมีสภาพไร้น้ำหนัก แต่มนุษย์อยู่ได้ด้วยการไปสร้างเมืองกระจกทำให้มีแรง โน้มถ่วงเหมือนกับอยู่ บนโลกได้ ในเบื้องต้นจะส่งคนออกไปสร้างอุตสาหกรรมในอวกาศ ใช้วัตถุดิบจากดวงจันทร์ของดาวอังคาร ซึ่งมีอยู่ 2 ดวง จะมีสารทุกอย่างที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ยิปซัม แร่ธาตุต่างๆ และการขนย้ายแร่ธาตุเหล่านี้จะเป็นไปโดยง่ายบนสภาพไร ้น้ำหนัก และองค์การนาซาวางแผนไว้ปี ค.ศ. 2020 มนุษย์จะลงไปบนดาวอังคารเป็นครั้งแรก

อันดับที่ 8
Space Elevator


แนว คิดเรื่องลิฟต์อวกาศ ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศ และจรวดขับดัน ชาวรัสเซีย ชื่อ คอนสแตนติน โซลคอฟสกี (Constantin Tsiolkovsky, ค.ศ. 1857 - 1935) ได้เขียนบทความชื่อ "Daydream about the Earth and the Heaven" (ฝันกลางวันเกี่ยวกับโลกและสวรรค์) ในปี 1985 กล่าวถึง "หอคอยสูงเสียดฟ้าจากผิวโลกถึงอวกาศ” จากนั้นเป็นต้นมาก็มีหลายคนวางโครงการที่ยิ่งใหญ่โดย พยายามสร้างทางเชื่อม โลกกับดวงดาวต่างๆ ไว้มีวัตถุประสงค์เคลื่อนย้ายคนและสิ่งของจากพื้นผิว โลกขึ้นไปในอวกาศ รูปแบบที่มีการนำเสนอมักเป็นโครงสร้าง โดยสร้างต่อเนื่องจากผิวโลก ขึ้นไปยังวงโคจรค้างฟ้า และสร้างต่อเนื่องออกไป โดยมีตุ้มน้ำหนักถ่วงที่ปลายอีกด้านหนึ่ง วัสดุที่มีการเสนอให้ใช้ มีลักษณะเป็นเคเบิล หรือแถบรับน้ำหนัก ที่สามารถรับกำลังได้สูง โดยทำเลที่ตั้งโครงสร้างจะอยู่บริเวณแถบเส้นศูนย์สูต ร แนวคิดเรื่องลิฟต์อวกาศมีเค้าลางแห่งความเป็นจริงมาก ขึ้นเมื่อ นาซ่า ได้ให้ความสนใจโครงการดังกล่าวอย่างจริงจังและได้นำแ นวคิดดังกล่าวเข้าร่วม พิจารณาในปี คศ.1999 ทั้งได้มีการทดลองเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโครงสร้างพ ื้นฐานของ "ลิฟต์อวกาศ" หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Geostationary Orbiting Tether "Space Elevator" โดยได้ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การบินอวกาศมาร์แชล เมืองฮันสวิลล์ รัฐอลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งนาซ่าจัดให้มีการวิจัยในประเด็นต่างๆที่เกี่ย วข้อง เช่น การศึกษาวิจัยความเป็นไปได้จริงของลิฟต์อวกาศมีมากน้ อยเพียงใด การวิจัยและพัฒนาหาวัสดุเหมาะสมสำหรับใช้เป็นสายเคเบ ิลของลิฟต์อวกาศ การทดลองขั้นต้นเกี่ยวกับลิฟต์อวกาศโดยยานขนส่งอวกาศ โดยได้ทดลองปล่อยสายเค เบิ้ลหลายกิโลเมตรเป็นจำนวนหลายครั้ง โครงสร้างของลิฟต์อวกาศ ระบบขับเคลื่อน รวมทั้งเรื่องผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์

อันดับที่ 7
Force field


สนาม พลังงาน, บาเรีย, เกราะพลังงาน เกราะบาเรีย โล่มหัศจรรย์ ที่เราพบเห็นในหนังนิยายไซไฟแหละครับ เคยเห็นไหมจำพวกสงครามอวกาศที่ปล่อยพลังงานโดยใช้อนุ ภาคอะไรสักอย่างป้องกัน อาวุธหรืออุกาบาตต่างๆ ไม่ให้เข้ามาทำอันตราย ยาน, ดวงดาวได้ มันคงดีไม่น้อยหากเรามีเทคโนโลยีชนิดนี้ เพราะหากมีโลกเราก็จะปลอดภัยเรื่องอุกาบาตรชนโลก ยานอวกาศสามารถป้องกันชั้นบรรยากาศก็ได้ สหรัฐก็ไม่ต้องกลัวนิวเคลียร์เกาหลีเหนือโจมตีประเทศ ของตน ป้องกันน้ำท่วม ป้องกันเมียที่เห็นเราเจ้าชู้เอาปืนมายิง ทุกอย่างป้องกันด้วยบาเรีย รู้สึกว่าเทคโนโลยีเป็นจริงอีกครั้งเมื่อมหาลัยกลุ่ม วอชิงตันพยายามทดสอบโดย ใช้ม่านพลาสม่าห่อหุ้มยานอวกาศ เพื่อใช้ป้องกันรังสีจากดวงดาวและอนุภาคบางอย่างเวลา ท่องอวกาศ เช่นเดียวกับคนงานในโรงไฟฟ้า 3M ในมลรัฐเซาท์แคโรไลนา ในเดือนสิงหาคม 1980 ได้พบผนังไฟฟ้าสถิตมองไม่เห็นในพื้นที่หนึ่งในแผ่นฟิ ล์มพอลิโพรไพลีนซึ่งบาง ทีมันอาจสามารถดัดแปลงเป็นบาเรียในอนาคตก็เป็นไปได้

อันดับที่ 6
Panacea (medicine)


ยา แก้สารพัดโลก(ภาษาอังกฤษตั้งชื่อตามเทพธิดาแห่งการรั กษาของกรีก)แน่นอนว่า เทคโนโ,ยีสำคัญต่อชีวิตเราแน่นอน ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องกลัวโรคร้ายที่รักษาไม่หายอีกต่ อไป ไม่ว่าจะเป็น เอดส์, มะเร็ง, ไวรัสทุกอย่าง อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการยืดอายุอีก เรียกได้ว่าครอบจักรวาลเลย และความคิดเหล่านี้กำลังเป็นจริงเมื่อความก้าวหน้าทา งการแพทย์ โดยพวกเขากำลังศึกษายีนพันธุกกรมและสิ่งแวดล้อมที่ ในการสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อให้มนุษย์มีอายุยืนยา วขึ้นในยุคปัจจุบัน

อันดับที่ 5
Anti-Gravity


พลังงาน ต้านแรงโน้มถ่วง มันเป็นแนวคิดในการสร้างสถานที่หรือวัตถุที่เป็นอิสร ะจากแรงโน้มถ่วงของโลก 8คือแรงโน้มถ่วงของโลกจะไม่แสดงหรือไม่สามารถใช้ได้ก ับสถานที่หรือวัตถุ เหล่านั้น พลังงานต้านแรงโน้มถ่วงนั้นไม่ใช่ของใหม่ มนุษย์เราใฝ่ฝันถึงเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งในนิยายวิทยาศาสตร์และโลกของวิชาการ สำหรับในประวัติศาสตร์ของฟิสิกส์นั้น ความคิดเกี่ยวกับ Anti-Gravity ที่สำคัญที่สุด ได้ถูกประดิษฐ์เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 โดยนักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่แล้ว ซึ่งในเวลานั้นเป็นเพียงแค่เสมียนธรรมดาๆคนหนึ่งในสำ นำงานจดลิขสิทธิ์ เขาผู้นั้นคือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นั่นเอง และต่อมาก็มีการพัฒนาเรื่องนี้หลายโครงการและบางทีมั นอาจจะเป็นจริงในอนาคต ก็ได้

อันดับที่ 4
Bionics


Bionics หมายถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะที่เลียนแบบการปรับตัว ทางชีวิภาพในสิ่งแวด ล้อม เช่นเรือดำน้ำผิวเหมือนปลาโลมา, ภาพอัลตราซาวด์เลียนแบบคลื่นความถี่ของค้างคาว นอกจากนี้คำนี้ยังหมายถึงการเปลี่ยนหรือเพิ่มประสิทธ ิภาพร่างกายหรืออวัยวะ ของมนุษย์ให้เข้ากับเครื่องจักร เช่น หัวใจเทียม, ประสาทหูเทียม เลนส์ตา ฯลฯ แนวความคิดที่จะจับเอาบางส่วนของหุ่นยนต์มาใส่ให้แก่ คนที่มีสมรรถนะร่างกาย ต่ำกว่าคนปกติ เช่น แขนเทียม ขาเทียม ไปจนถึงมือเทียม ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากทั้งผู้วิจัยและพัฒ นา และผู้ใช้ทั่วโลก ในปี ค.ศ. 2006 โลกได้กำเนิดมนุษย์กึ่งหุ่นยนต์ทั้งเพศชายและเพศหญิง เป็นครั้งแรก ทั้งคู่ได้สูญเสียแขนจากอุบัติเหตุ คลาวเดีย มิทเชล (Claudia Mitchell) เล่าว่าในช่วงแรกที่เธอกลับมาใช้ชีวิตที่มีแขนข้างเด ียว เวลาจะรับประทานกล้วย เธอต้องเอาเท้าทั้งสองจับกล้วยแล้วใช้มือขวาที่เหลือ อยู่ปอกกล้วย “การปอกกล้วยเข้าปากไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่เคยคิด” ถึงแม้ในที่สุดเธอจะยังสามารถทำภารกิจแบบนี้ได้ มันก็มักจะทำให้อารมณ์เธอแปรปรวนทุกครั้ง แต่ตอนนี้เธอเพียงแต่เอาแขนกลมาอยู่ใกล้ๆ กล้วยแล้วพยายามคิดที่จะจับกล้วย แขนกลนั้นจะตอบสนองคำสั่งจากสมองของเธอด้วยการจับกล้ วยลูกนั้น ก่อนที่เธอจะใช้มือจริงของเธอปลอกเปลือกมันออกเพื่อร ับประทาน ทหารผ่านศึกพิการจากสงครามในอิรักของสหรัฐอเมริกาจำน วนหลายร้อยคน ต่างก็รอคอยการกลับไปใช้ชีวิตที่ถึงไม่ใช่แต่ก็ใกล้เ คียงกับสิ่งที่เคยทำ อยู่เดิม เทคโนโลยี Bionics จักเป็นความหวังให้ผู้พิการทางร่างกายทั่วโลก ได้ใช้ชีวิตเทียบเท่ากับคนธรรมดา

อันดับที่ 3

Global Municipal Wi-Fi


เครือ ข่ายระบบไร้สายทั่วโลก หรือ Wi-Fi(WLAN = Wireless Local Area Network) เป็นแนวคิดการเปลี่ยนทุกที่ในโลกในการเชื่อมต่ออินเท อร์เน็ตไร้สารให้เป็น แบบบริการสากล โดยใช้โปรแกรมเครือข่ายไร้สาร อุปกรณ์ทุกตัวที่ต่างยี่ห้อกันจะสามารถติดต่อสื่อสาร กันได้โดยไม่ประสบ ปัญหา โดยระบบการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สารนี้มีความคล่องตัวม าก เพราะใช้การส่งคลื่นความถี่วิทยุในย่านวิทยุ RF และ คลื่นอินฟราเรด ในการรับและส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ผ่านอากาศ ทะลุกำแพง เพดานหรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ โดยปราศจากความต้องการของการเดินสาย อีกทั้งยังสามารถทำงานได้โดยสะดวก ไม่เหมือนระบบ LAN แบบใช้สาย ที่ต้องใช้เวลาและการลงทุนในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งกา รใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ แต่เทคโนโลยีดังกล่าวนั้นอาจไม่สามารถเป็นจริงได้เพร าะขาดความเข้าใจกัน ระหว่างบริษัท เอกชน และรัฐบาล ที่ไม่สนับสนุนเท่าใดนัก

อันดับที่ 2

Transatlantic tunnel


อุโมงค์ ข้ามหมาสมุทรแอตแลนติก เป็นอุโมงค์ของรถไฟฟ้าที่คิดจะสร้างขึ้นเพื่อใช้ข้าม ระหว่างทวีปอเมริกา เหนือและทวีปยุโรป โดยรถไฟฟ้านั้นจะใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนด้วยควา มเร็วสูง 300 ถุง 5000 mph(500 ถึง 8000 km/h) พูดง่ายๆ ก็คือสามารถเดินทางจากนิวยอร์กไปลอนดอนได้โดยใช้เวลา ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หรือจัดส่งสินค้าต่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย ความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าวนี้ความจริงไม่เกินค วามสามารถของเรา หากแต่อุปสรรคสำคัญในการสร้างอุโมงค์ดังกล่าวคือค่าใ ช้จ่ายที่สูงมาก ประมาณ 12,000,000,000,000 ดอลลาร์(เลขศูนย์ครบทุกตัว)และเทคโนโลยีที่จำเป็นต้อ งใช้วัสดุอย่างดี พร้อมระยะเวลาในการสร้างที่ยาวนานซึ่งบางทีอาจใช้เวล า 3,000 ปี

อันดับที่ 1

Ocean Colonization



หาก วันหนึ่งน้ำท่วมโลกเราจะไปอยู่ที่ไหน คำตอบคือเทคโนโลยี “การสร้างอาณานิคมใต้น้ำ” จะดีขนาดไหนที่เราสามารถสร้างโลกใต้น้ำโดยไม่ต้องกัง วลน้ำท่วมได้ Ocean Colonization เป็นทฤษฏีที่มีความคิดว่ามนุษย์น่าจะสามารถสร้างชุมช นถาวรขนาดใหญ่ที่สามารถ จุคนได้เป็นแสคนในโลกใต้ทะเลได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่อง ความกดดันอากาศของน้ำ หรือเรื่องอากาศหายใจ โดยอาณานิคมนั้นใช้พลังงานหมุนเวียน ทำให้เกิดแสงสว่างเสมือนกับหนึ่งโลกข้างบน(ความจริงค วามหมายนี้รวมไปถึงการ สร้างอาณานิคมที่พื้นน้ำด้วย) แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้ก็ยังคงเป็นทฤษฏีในฝันต่อไปเนื ่องจากความเป็นไปได้ต่ำ มาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมอารยธรรมและสภาพเ ศรษฐกิจและสังคมใน อาณานิคม การสร้างสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวกับโลกใต้ทะเล ระบบพลังงานมหาศาล การขนส่งทางทะเล


เครดิต:http://www.fwdder.com/topic/274444

ไปเจอมาสนุกๆนะครับ





ทำไงได้ก็มันรักไปแล้วหนิ ก็ต้องรอเวลาพิสูจน์ใจต่อไป
avatar
Moderator
Moderator
จำนวนข้อความ : 82
Join date : 05/11/2010
Age : 23
ที่อยู่ : บ้าน (:
ดูข้อมูลส่วนตัว

Re: สิ่งที่ควรจะมีในอนาคต(คิดว่านะ)

on Wed Nov 24, 2010 6:29 pm
เอิ่มมมม เว้อไปแหะ


ฝากโจทย์เลข New!! ฟังก์ชัน http://happy3friends.forumth.com/t190-topic
อ่านหัวข้อก่อนหน้าขึ้นไปข้างบนอ่านหัวข้อถัดไป
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ